Get Adobe Flash player

นับจำนวนผู้เข้าชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1
mod_vvisit_counterYesterday27
mod_vvisit_counterThis week89
mod_vvisit_counterLast week60
mod_vvisit_counterThis month451
mod_vvisit_counterLast month645
mod_vvisit_counterAll days50121

Online (20 minutes ago): 1
Your IP: 54.80.228.137
,
Today: ส.ค. 23, 2017

ท่านเกิด พ.ศ. ใดไม่แน่ชัด ท่านเป็นคนอำเภอจักราชโดยกำเนิด พ่อของท่านชื่อมา เนื่องทองหลาง แม่ของท่านชื่อ อิ่ม เนื่องทองหลาง พ่อมา มีบุตรทั้งหมด ๖ คน คือ


๑. นายจันทร์ เนื่องทองหลาง

๒. นางพิม เนื่องทองหลาง

๓. นางขำ เนื่องทองหลาง

๔. อาจารย์ถึก เนื่องทองหลาง

๕. นายโป๊ะ เนื่องทองหลาง

๖. นายเล็ก เนื่องทองหลาง

ท่านอาจารย์ถึก เป็นคนที่ ๔

เนื่องจาก พ่อมา เป็นจอมขมังเวทย์ และเป็นที่นับถือของคนในหมู่บ้าน ตลอดถึงหมู่บ้านข้างเคียง เมื่อพ่อมา มีบุตรเกรงว่าลูกๆ จะถูกกระทำด้วยคุณไสย จึงได้แจ้งวัน เดือน ปี เกิดของลูกๆ ทุกคน ให้คลาดเคลื่อนรวมถึง อาจารย์ถึก จักราช ด้วย ทำให้วันเดือนปีเกิดของท่านอาจารย์ถึก จักราช คลาดเคลื่อนไปหลายสิบปี ด้วยว่าพ่อมา เป็นจอมขมังเวทย์นั่นเอง เมื่อเห็นลูกชาย คนที่ ๔ คืออาจารย์ถึก จักราช เติบโตได้พอสมควร จึงนำไปฝากไว้กับ อาจารย์พัน(ฉายา) วัดสะแก จังหวัดนครราชสีมา อาจารย์พันวัดสะแกนั้น ตามศักดิ์แล้วเป็นปู่ของอาจารย์ถึก จักราช อาจารย์พัน วัดสะแก รับตัวอาจารย์ถึกไว้ เพราะรู้ว่าพ่อมาต้องการให้ อาจารย์ถึก เป็นเสาหลักในวันข้างหน้า จะได้เป็นที่พึ่งของพี่น้อง และลูกหลานสืบไป อาจารย์พัน วัดสะแก ได้ให้เด็กชายถึก บรรพชาเป็นสามเณร แล้วนำไปฝากไว้กับศิษย์น้องของท่าน ที่จังหวัดอุบลราชธานี ได้นำ สามเณรถึก ไปฝากไว้กับอาจารย์ลิ้นทอง อยู่ที่เขากบิ่น สามเณรถึก ติดตามอาจารย์ลิ้นทอง ออกธุดงค์ ใช้ชีวิตในป่า เป็นเวลาสามปี ในตอนนั้นอาจารย์ลิ้นทอง ได้พาสามเณรถึก ไปเรียนวิชาในถ้ำภูเขาควาย จากนั้น อาจารย์ลิ้นทอง ได้นำสามเณรถึก กลับมาส่งให้อาจารย์พันวัดสะแก สามเณรถึกอยู่เรียนวิชากับอาจารย์พัน เป็นเวลาหลายปี ในช่วงเวลาที่เรียนวิชากับอาจารย์พัน วัดสะแก สามเณรถึก ก็ได้ รู้จัก อาจารย์ สอน เสิงสาง เพราะอาจารย์สอน ท่านก็มาเรียนวิชากับอาจารย์พัน เหมือนกัน ในยุคนั้น ท่านอาจารย์พันมีชื่อเสียงโด่งดังมาก ชื่อเสียงและเกียรติคุณของท่าน ทำให้เป็นที่โจทย์ขานโด่งดังไปหลายจังหวัด ทำให้ในยุคแรกๆ นั้น มีพระภิกษุหลายรูปมาขอเรียนวิชากับท่าน แต่อาจารย์พันยังไม่รับ ท่านจึงให้พระภิกษุที่มาขอเรียนวิชากับท่าน ในช่วงแรกๆ นั้น ไปเรียนวิชากับอาจารย์ของอาจารย์พัน ที่ริมแม่น้ำโขง จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน พระภิกษุ ๑๒ รูป และฆราวาส จำนวน ๓ คน และก่อนที่ทุกท่านจะเรียนจบ ทุกๆท่านจะต้องเดินทางไปเรียนวิชาที่ถ้ำภูเขาควาย ประเทศลาว เพื่อถ่ายทอดวิชาขั้นสุดท้าย ซึ่งเป็นวิชาที่โดดเด่นเฉพาะทางของแต่ละท่าน  โดยต่างเวลาต่างวาระกัน จากนั้นมา ศิษย์ที่เป็นพระภิกษุและศิษย์ฆราวาสทั้งหมด ได้มีชื่อเสียงเหมือนกันหมด ในช่วงที่อาจารย์ถึก ไปเรียนกับอาจารย์พัน นั้น ท่านเริ่มรับลูกศิษย์แล้ว เพราะอาจารย์พัน ท่านอายุมากแล้ว อาจารย์พันท่านดำรงอายุสังขารได้ ๑๒๙ ปี จึงละสังขาร สามเณรถึกร่ำเรียนวิชา กับอาจารย์พัน เป็นเวลาหลายปี

จากนั้น ท่านอาจารย์พัน วัดสะแก ได้ส่งสามเณรถึก ไปอยู่กับอาจารย์โม (ศิษย์รุ่นน้องของท่านอีกองค์หนึ่ง) จังหวัดนครราชสีมา สามเณรถึกได้ร่ำเรียนวิชา กับอาจารย์โม ได้ระยะหนึ่ง อาจารย์โมก็ส่งสามเณรถึก ให้ไปร่ำเรียนวิชากับอาจารย์พรม ฉายา ปญฺาวโร วัดสนวนใน จังหวัดบุรีรัมย์ ตามที่อาจารย์พันได้ฝากเอาไว้ ในช่วงที่เรียนวิชากับอาจารย์พรม อาจารย์ถึก ก็ได้สนิทกับอาจารย์บัว วัดสวายจิกน้อย(ปัจจุบัน วัดช่างหิน) ซึ่งเป็นกัลยามิตรกัน อาจารย์ถึก เรียนจบจากอาจารย์พรม วัดสนวนใน อาจารย์พรม ก็ส่งอาจารย์ถึก ไปเรียนวิชากับ พระอาจารย์สุข วัดมะขามเถ้า จังหวัดนครราชสีมา   อาจารย์ถึก ได้ศึกษากับพระอาจารย์สุข ได้ระยะหนึ่ง อาจารย์สุข วัดมะขามเถ้า ท่านได้ส่งอาจารย์ถึก กับมาศึกษาต่อกับอาจารย์ปุ๊ก วัดพุดซา จังหวัดนครราชสีมา อาจารย์ถึกได้ศึกษากับอาจารย์ปุกได้ระยะหนึ่ง ท่านอาจารย์ปุกได้ส่ง อาจารย์ถึก ไปศึกษาต่อ กับอาจารย์จันทร์ วัดหญ้าคา อำเภอเนินสูง จังหวัดนครราชสีมา อาจารย์ถึก ได้ศึกษาวิชากับอาจารย์จันทร์วัดหญ้าคา ได้ระยะหนึ่ง อาจารย์จันทร์ท่านรู้ข่าวว่า พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต อยู่ทางกรุงเทพฯ จึงได้ส่ง อาจารย์ถึก ไปศึกษาต่อ กับพระอาจารย์มั่น อาจารย์ถึกได้ศึกษากับพระอาจารย์มั่น ได้ระยะหนึ่ง พระอาจารย์มั่น ได้ส่งอาจารย์ถึก ไปศึกษาต่อ กับพระอาจารย์แหวน สุจิณฺโณ อาจารย์ถึกได้ศึกษากับพระอาจารย์แหวนได้ระยะหนึ่ง ก็เดินทางกลับบ้านเกิด และได้ศึกษาเพลงมวยโคราชและเดินสายต่อยมวยได้ระยะหนึ่ง จากนั้นได้ไปศึกษาต่อกับพ่อใหญ่คง จับโจร อยู่บ้านหัวสะพาน อำเภอรำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์

พ่อใหญ่คง ท่านเลี้ยงช้างอยู่หลายเชือก อาจารย์ถึก ได้ศึกษากับพ่อใหญ่คง จับโจร ได้ระยะหนึ่ง ก็เดินทางกลับบ้านเกิด บ้านตระกุดเครือปอก อำเภอจักราช จังหวัดนครราชสีมา ได้ไปฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของ ท่านอำมาตยตรีหลวงระงับ ประจันตะคาม    (โป๊ะวัชรปาณ) ประวัติศาสตร์บางหน้าอาจจะไม่ได้เขียนถึงเรื่องศาสตร์พุทธาคมต่างๆ ที่ท่านหลวงระงับ มีความเชี่ยวชาญเป็นอย่างดีเกือบทุกเรื่องซึ่งเรื่องราวแบบนี้ จะมีจำเพราะคนใกล้ตัวเท่านั้น ที่จะได้รู้ได้เห็น อย่างเช่นอาจารย์ถึกจักราช เพราะอาจารย์ถึก จักราชเป็นลูกศิษย์ และติดตาม ท่านหลวงระงับ อยู่หลายปี ส่วนประวัติศาสตร์ในด้านของการปกครองใครอยากทราบให้ไปดูหนังสือของท่าน ชื่อ อนุสรณ์ระงับ ประจันตคาม ที่หอสมุดแห่งชาติ จากนั้นท่านอาจารย์ถึกได้อยู่ช่วยงานหลวงระงับ ได้ระยะหนึ่ง ซึ่งในช่วงนั้นมีการลองวิชากันทุกรูปแบบ บางอย่างก็ไม่สามารถแก้ไขได้ จึงต้องเดินทางมาศึกษากับอาจารย์แขก แถวมินบุรี ได้ระยะหนึ่ง ก็ได้ไปศึกษาต่อ กับอาจารย์เกรี่ยง เพราะในยุคนั้นการกระทำด้วยยาสั่งก็เป็นที่นิยม  อาจารย์ถึกศึกษากับอาจารย์เกรี่ยงได้ระยะหนึ่ง ก็กลับอำเภอจักราชบ้านเกิดของท่าน และกลับไปช่วยงานหลวงระงับ เป็นเวลาหลายปี บางครั้ง มีคดีปล้นควาย มากๆ ท่านหลวงระงับจะให้อาจารย์ถึก ซ่อนตัวเป็นนายฮ้อยต้อนควายเพื่อจะจับโจนที่ปล้นควาย เรื่องราวของท่านมีมากมาย อาจารย์ถึกจักราชมีชื่อเสียงโด่งดังมาก ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง มีเรื่องหนึ่งที่ไม่อาจลืมได้ ก็คือ วันหนึ่งเพื่อนของอาจารย์ถึก มาหาท่านที่บ้าน และบอกกับท่านอาจารย์ถึกว่า มีคนมาจ้างให้ฆ่าอาจารย์ถึก ในราคา ๓๐,๐๐๐ บาท แต่เพื่อนอาจารย์ถึก ปฏิเสธ แล้วก็นำเรื่องนี้มาบอกกับอาจารย์ถึก เงินสามหมื่นบาทในสมัยนั้นก็มากโข อยู่ อาจารย์ถึก อยู่ช่วยงาน หลวงระงับ เป็นเวลาหลายปี จนกระทั่งหลวงระงับ หมดอายุขัยลง ในปีพ.ศ.๒๔๙๙ อาจารย์ถึก จักราช ได้ใช้ชีวิตอยู่บนเส้นทางของจอมขมังเวทย์ ทั้งชีวิต

นี้เป็นเรื่องโดยย่อของท่าน ที่ผมได้บันทึกเสียงของท่านอาจารย์ถึก จักราชไว้ ฟังเอง ไม่นึกว่าเสียงของท่านจะมีประโยชน์ในวันนี้ ถ้าไม่อย่างนั้นผมคงจะซักถามท่านมากกว่านี้ ผู้ใดสนใจที่จะฟังเสียง สามารถเปิดฟังได้จากไฟล์เสียงที่ได้บันทึกไว้แล้ว ตลอดถึงเรื่องราวที่เป็นเรื่องเล่าจากชาวบ้าน สามารถติกตามได้ตอนต่อไป


ขอขอบพระคุณ

พระอธิการประยงค์ านวโร เจ้าอาวาสวัดสนวนใน

ที่มอบภาพ อาจารย์พรม ปญฺาวโร

พระค้ำจุน โกสโร วัดช่างหิน(วัดสวายจิกน้อย)

ที่มอบภาพพระอาจารย์บัว

นายใบ จับโจร(อดีตผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ประธาน อบต. และเป็นบุตรชาย พ่อใหญ่คง จับโจร)

เป็นผู้มอบภาพ พ่อใหญ่คง จับโจร

นายประสิทธิ์ชัย,นายประสพโชค,นายประสาทสุข,นายประเสริฐศิลป์,

นายประสานทรัพย์  วัชรปาณ  (บุตรชาย หลวงระงับ ประจันตคาม)

เป็นผู้มอบภาพหลวงระงับ ประจันตคาม

 

ลูกหลานอาจารย์ถึก จักราช

เป็นผู้มอบภาพ อาจารย์ถึก จักราช